สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

กรมสุขภาพจิตเผยภาคอีสานครองแชมป์ฆ่าตัวตายสูงสุด

กรมสุขภาพจิตเผยภาคอีสานครองแชมป์ฆ่าตัวตายสูงสุด

          นพ.ทวี ตั้งเสรี รองอธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าวว่า ปัญหาการฆ่าตัวตายเป็นปัญหาสำคัญยิ่งของสังคมไทย โดย แต่ละปีจะมีคนฆ่าตัวตายสำเร็จมากกว่า 3,500 คน และจากตัวเลขล่าสุดในปี 2554 มีคนไทยเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายถึง 3,873 คนคิดเป็นอัตรา 6.03 ต่อประชากรแสนคน ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงขึ้นกว่าปีที่แล้ว ซึ่งอยู่ที่อัตรา 5.9 ต่อประชากรแสนคน ทั้งนี้ ในปี 2554 เมื่อวิเคราะห์สถิติในแต่ละกลุ่มช่วงอายุ พบว่า วัยรุ่นไทยเป็นกลุ่มที่ต้องให้ความห่วงใยเป็นพิเศษ เพราะวัยรุ่นเป็นวัยที่ต้องเผชิญปัญหาชีวิตและต้องปรับตัวในหลายๆด้าน ทั้งประสบการณ์ชีวิตก็ยังไม่มากนัก ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพจิตตามมาได้

          รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวต่อว่า ในปี 2550-2554 พบว่าประเทศไทยมีวัยรุ่นที่ฆ่าตัวตายสำเร็จ 852 คน หรือ เฉลี่ย 170 คนต่อปีและปี 2554 พบว่า วัยรุ่นไทยอายุระหว่าง  15-19 ปี  มีอัตราการฆ่าตัวตายสำเร็จ อยู่ที่ 3.43 ต่อประชากรแสนคน  วัยรุ่นชายฆ่าตัวตายสำเร็จมากกว่าวัยรุ่นหญิงเป็น 3 เท่า โดยที่วัยรุ่นหญิงจะพยายามทำร้ายตนเองมากกว่าวัยรุ่นชายเป็น 3 เท่าและที่น่าสนใจ คือ ร้อยละ 51.1 ของวัยรุ่นที่ฆ่าตัวตายนั้นอยู่ในช่วงระหว่างศึกษา ร้อยละ 25.1 ไม่ได้เรียนต่อในชั้นมัธยมและประกอบอาชีพรับจ้าง/เกษตรกรรม สำหรับวิธีการใช้ในการฆ่าตัวตาย พบว่า เป็นวิธีการเช่นเดียวกับผู้ใหญ่ คือ การผูกคอตายมากถึงร้อยละ 75.29 รองลงมา คือ การกินยาฆ่าแมลง ร้อยละ 16.47 รูปแบบของการฆ่าตัวตายจะเป็นลักษณะกะทันหันเมื่อต้องประสบภาวะวิกฤตมากกว่า มาจากปัญหาสุขภาพจิตที่มีอยู่แล้ว เช่นปัญหาการเรียน สัมพันธภาพ และร้อยละ 16.8 เคยมีประวัติทำร้ายตัวเองมาก่อน ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาเป็นรายภาค พบ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นภาคที่มีการฆ่าตัวตายของวัยรุ่นมากกว่าภาคอื่นๆ ส่วนจังหวัดที่มีวัยรุ่นฆ่าตัวตายสูงสุด 5 อันดับแรกได้แก่ จังหวัดนครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานีเชียงราย และจังหวัดเชียงใหม่ ตามลำดับ ขณะที่วัยรุ่นกรุงเทพมหานคร ฆ่าตัวตาย คิดเป็นร้อยละ2.9 ของวัยรุ่นที่ฆ่าตัวตายทั้งหมด

          รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวเพิ่มเติมว่าอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า จะเป็นเทศกาลสอบ GAT และPAT ตลอดจนการสอบตรงของแต่ละคณะและสาขาต่างๆ จึงเป็นช่วงที่กลุ่มวัยรุ่นส่วนใหญ่จะต้องเคร่งเครียดไปกับการเตรียมตัวอ่าน หนังสือและติวข้อสอบ การผ่อนคลาย และการพูดคุยกับสมาชิกในครอบครัวลดน้อยลง อาจเกิดความเครียดสะสมไม่สามารถจัดการกับความเครียดในตนเองได้ ที่อาจพัฒนาเป็นภาวะซึมเศร้าซึ่งหากไม่สามารถหันหน้าไปปรึกษาใครได้ ไม่มีใครเข้าใจและรับฟังมองไม่เห็นทางออกของปัญหา อาจส่งผลให้เกิดความรู้สึกสิ้นหวัง ไร้คุณค่าในตนเอง มีความคิดฆ่าตัวตาย ตลอดจนคอยสังเกตอาการของภาวะซึมเศร้าหรือ สัญญาณเตือนล่วงหน้าของการฆ่าตัวตาย เช่นการเขียนจดหมาย หรือ โทรศัพท์เพื่อเป็นการสั่งลา

          ด้วยความห่วงใยจากกรมสุขภาพจิต ต่อกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นอนาคตของประเทศ รวมทั้งเพื่อเป็นการประกาศถึงความร่วมมือกับองค์การอนามัยโลกที่ได้กำหนดให้ วันที่ 10 กันยายนของทุกปีเป็นวันป้องกันการฆ่าตัวตายโลกกรมสุขภาพจิตจึงได้จัดกิจกรรม รณรงค์เนื่องในวันป้องกันการฆ่าตัวตายโลกขึ้น ที่ ศูนย์การค้า เซ็นทรัลเวิลด์ ในวันที่ 6 กันยายน 2555  ที่ผ่านมา  ภายใต้แนวคิด คนไทยยุคใหม่ กำลังใจเกินร้อย ด้วยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นการสร้างความตระหนักให้คนไทยทุกคนเห็นความ สำคัญของปัญหาการฆ่าตัวตาย ใส่ใจที่จะดูแลสุขภาพจิตตนเองและคนรอบข้าง โดยเฉพาะวัยรุ่น ที่ครอบครัวและเพื่อนสนิท ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งหากให้ความเข้าใจและเป็นกำลังใจให้กันอยู่เสมอ วัยรุ่นย่อมมีความหวังและมีพลังที่จะฝ่าฟันอุปสรรคชีวิตไปได้

          ทั้งนี้ หากไม่สบายใจ วิตกกังวลหรือเครียดกับปัญหาชีวิต ควรหาเพื่อนปรึกษาพูดคุยระบาย ช่วยกันคิดแก้ปัญหา ไม่เก็บปัญหาไว้คนเดียว ซึ่งกรมสุขภาพจิตพร้อมให้ความช่วยเหลือ โดยสามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่หน่วยบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน ได้แก่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล โรงพยาบาลชุมชนที่อยู่ใกล้บ้าน ตลอดจน สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือหากพบว่าตนเองอยู่ในภาวะเครียดรุนแรง ควรรีบพบแพทย์ หรือขอรับบริการได้ที่โรงพยาบาลจิตเวช สังกัดกรมสุขภาพจิตทั่วประเทศ เพราะการฆ่าตัวตาย สามารถป้องกันได้ ด้วยความร่วมมือจากทุกคน โดยเฉพาะสื่อมวลชนที่จะเป็นกำลังสำคัญยิ่งในการเผยแพร่ความรู้และแนวทาง ป้องกันที่จะช่วยเสริมสร้างความสุขใจ ตลอดจนวิธีการแก้ไขปัญหาสุขภาพจิตที่ถูกต้องแก่ประชาชนต่อไป รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าว

Tags :

view