สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

โลกจับตาวิจัย วัคซีนเอดส์ ในไทยเตรียมต่อยอดหลังค้นพบครั้งใหญ่

โลกจับตาวิจัย วัคซีนเอดส์ ในไทยเตรียมต่อยอดหลังค้นพบครั้งใหญ่

       เมื่อวันที่ 13 กันยายน นพ.ศุภชัยฤกษ์งาม หัวหน้าทีมวิจัยโครงการวัคซีนเอดส์ ระยะที่ 3 เปิดเผยในงานการประชุมวัคซีนเอดส์ ประจำปี 2554 กรุงเทพมหานคร (AIDS Vaccine 2011 Conference) ซึ่งเป็นการจัดประชุมสุดยอดสำหรับนักวิจัย ผู้สนับสนุนทุนวิจัยและผู้วางแผนนโยบายด้านเอดส์ ระหว่างวันที่ 13-15 กันยายน ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ ว่า ในการประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมได้ให้ความสนใจในเรื่อง
       ผลการทดลองวัคซีนเอดส์ อาร์วี (RV)144 ที่ได้ทดลองในประเทศไทยเมื่อ 2 ปีก่อน และพบว่ามีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้ออย่างมาก หรือคิดเป็นร้อยละ 31.2 และล่าสุดจากการทำงานวิจัยร่วมกันอย่างต่อเนื่อง มีการค้นพบตำแหน่งที่วัคซีนทำปฏิกิริยาในร่างกาย
       เรียกว่าแอนติบอดี้ IGGV1,V2 ที่อยู่ในกระแสเลือด ซึ่งถือเป็นการค้นพบครั้งใหญ่ ที่จะสามารถบ่งบอกได้ว่าการทำงานเรื่องวัคซีนจะเดินหน้าต่อไปในทิศทางใดและเป็นความหวังของนักวิทยาศาสตร์ที่จะทำการทดลองต่อไปในอนาคต
       นพ.ศุภชัยกล่าวว่า การทำงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องในเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนนี้ โดยจะเริ่มโครงการระยะต่อไป ซึ่งจะเรียกอาสาสมัคร 160 คน ซึ่งเป็นอาสาสมัครชุดเดิมมาตรวจหาภูมิคุ้มกันในร่างกายว่ายังมีเหลืออยู่อีกหรือไม่ และจะฉีดวัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกันซ้ำอีก 2 ครั้ง โดยจะมีการตรวจร่างกายเพื่อหาปฏิกิริยาของวัคซีนต่อร่างกาย และเยื่อเมือกในช่องคลอด เพื่อตรวจหาว่าวัคซีนจะทำปฏิกิริยาในส่วนดังกล่าวเพื่อช่วยป้องกันเชื้อเอดส์ได้หรือไม่ ซึ่งถือเป็นการทำโครงการต่อเนื่อง
      "ขณะนี้ทั่วโลกมุ่งเป้ามาที่โครงการวัคซีนที่ทำการทดลองในประเทศไทยเพราะประสิทธิภาพของวัคซีนที่สามารถป้องกันได้ถึงร้อยละ 31.2 แม้ว่าจะยังนำไปผลิตเป็นวัคซีนไม่ได้ แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นในการค้นพบที่สำคัญที่นักวิทยาศาสตร์จะทำงานต่อไปในอนาคต แม้ว่าอาจจะยังคาดหวังว่าประสิทธิภาพจะเพิ่มขึ้นหรือไม่ยังไม่ได้ก็ตาม" นพ.ศุภชัยกล่าว
       นอกจากนี้ นพ.ศุภชัยกล่าวอีกว่านอกจากโครงการที่ทำในอาสาสมัครชุดเก่า ยังมีโครงการที่มีความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ เช่น คณะเวชศาสตร์เขตร้อน กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ซึ่งจะทำโครงการทดลองขนาดใหญ่ขึ้น โดยเลือกพื้นที่ในเมืองขนาดใหญ่ และใช้จำนวนอาสาสมัครมากขึ้นประมาณ 400 คน อายุระหว่าง 18-45 ปี โดยทดลองในกลุ่มที่มีความเสี่ยงน้อย และใช้วัคซีนตัวเดิม ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างร่างขั้นตอนการวิจัยคาดว่าจะเริ่มโครงการภายในปี 2555

Tags :

view