สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

วัคซีนไข้เลือดออก ได้ผลจริงหรือไม่ วัคซีนไข้เลือดออก

วัคซีนไข้เลือดออก ได้ผลจริงหรือไม่                                                                                                                            วัคซีนไข้เลือดออก

ไข้เลือดออก เป็นโรคที่ทุกคนรู้จักกันดีมาเป็นระยะเวลายาวนาน และทราบรายละเอียดกันดีว่าเกิดจากการที่ถูกยุงลายกัด ถึงแม้ในปัจจุบันจะมีมาตรการต่างๆในการรณรงค์เพื่อป้องกันการเกิดโรคไข้เลือดออก ไม่ว่าจะเป็นการกำจัดแหล่งน้ำขัง การใส่ทรายอะเบทลงในถังน้ำ หรือการพ่นควันไล่ยุง แต่อุบัติการณ์การเกิดไข้เลือดออกในประเทศไทยจากสำนักโรคติดต่อนำโดยแมลง กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข1 พบว่ายังคงมีจำนวนผู้ป่วยอยู่จำนวนมากถึง 63,310 ราย และมีอัตราการเสียชีวิตร้อยละ 0.1 ในปี พ.ศ.2559 โดยช่วงที่มีการระบาดและพบอัตราการป่วยมากที่สุด คือ ช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็นช่วงฤดูฝน และพบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นนักเรียนที่มีอายุ 10-14 ปี โดยพื้นที่ที่มีการระบาดและอัตราการป่วยมากที่สุด คือ ภาคใต้ของประเทศไทย

ไวรัสเดงกี (Dengue virus) เป็นเชื้อก่อโรคไข้เลือดออก2 โดยไวรัสเดงกีจะอาศัยอยู่ในยุงลาย ส่วนใหญ่จะพบในยุงลายบ้าน (Aedes aegypti) มากกว่ายุงลายสวน (Aedes albopictus) ไวรัสเดงกีที่ก่อให้เกิดโรคให้คนมีจำนวน 4 สายพันธุ์ คือ DEN1, DEN2, DEN3 และ DEN4 ที่ติดต่อได้จากการที่ถูกยุงลายกัดผ่านทางน้ำลายของยุง โดยการที่ติดเชื้อไวรัสเดงกีสายพันธุ์ใด ก็จะทำให้มีภูมิคุ้มกันของสายพันธุ์นั้นตลอดไป โดยไวรัสเดงกีทำให้เกิดการรั่วของพลาสมาที่หลอดเลือด และกดไขกระดูกทำให้เกล็ดเลือดต่ำ เม็ดเลือดขาวต่ำ ซึ่งการติดเชื้อส่วนใหญ่มักไม่แสดงอาการ แต่ในผู้ป่วยบางรายก็แสดงอาการที่รุนแรงและอาจถึงอันตรายแก่ชีวิตได้จากการเกิดภาวะเลือดออกที่อวัยวะสำคัญ ทำให้การทำงานของอวัยวะเหล่านั้นล้มเหลว โดยอาการแสดงส่วนใหญ่ ได้แก่ มีไข้สูงเฉียบพลัน อ่อนเพลีย อาเจียนหรืออุจจาระเป็นเลือด มีจุดเลือดออกตามตัว รวมทั้งอาจเกิดภาวะหมดสติและอาจทำให้เสียชีวิตได้ จากอาการต่างๆเหล่านี้ทำได้เพียงการรักษาตามอาการเท่านั้น คือให้ยาลดไข้ และให้สารน้ำทนแทน เนื่องจากยังไม่มีการรักษาที่เฉพาะเจาะจงกับโรคไข้เลือดออก ดังนั้นการป้องกันการติดเชื้อไข้เลือดออกจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนควรปฏิบัติเพื่อลดอุบัติการณ์การติดเชื้อที่รุนแรงและการเสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออก

ในช่วงต้นปีที่ผ่านมามีเรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับโรคไข้เลือดออกเกิดขึ้น นั่นคือมีการขึ้นทะเบียนวัคซีนป้องกันไข้เลือดออกโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นวัคซีนป้องกันไข้เลือดออกชนิดแรกของโลก ในชื่อการค้า Dengvaxia® ที่ครอบคลุมเชื้อไวรัสเดงกี่ทั้ง 4 สายพันธุ์ และที่เป็นวัคซีนชนิดเชื้อเป็น อยู่ในรูปผงแห้งซึ่งก่อนฉีดจำเป็นต้องผสมในสารละลายโซเดียมคลอไรด์ โดยได้รับการอนุมัติให้ใช้ในผู้ที่อายุ 9-45 ปี โดยฉีดวัคซีนปริมาตร 0.5 มิลลิตรเข้าชั้นใต้ผิวหนังจำนวน 3 เข็ม ห่างกันทุก 6 เดือน และมีอายุการเก็บรักษานาน 36 เดือน โดยเก็บรักษาที่อุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส แต่มีความคงตัวหลังผสมอยู่ได้ 6 ชั่วโมง เก็บในสภาวะพ้นแสงที่อุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส ซึ่งมีการศึกษาถึงประสิทธิภาพของวัคซีนในกลุ่มประเทศแถบเอเชียรวมถึงประเทศไทยด้วย จากการศึกษาประสิทธิภาพและความปลอดภัยของวัคซีนไข้เลือดออกพบว่า3 วัคซีนมีประสิทธิภาพป้องกันไข้เลือดออกทุกสายพันธุ์ในผู้ป่วยเด็กอายุ 9 ปีขึ้นไปและผู้ใหญ่ได้ 65.6% ลดการนอนโรงพยาบาลจากไข้เลือดออกได้ 80.8% ลดอัตราการป่วยที่มีภาวะเลือดออกรุนแรงได้ 92.9% รวมทั้งพบว่าอาสาสมัครที่มีภูมิคุ้มกันต่อไวรัสเดงกีมาก่อนหรือเคยเป็นเป็นไข้เลือดออก เมื่อได้รับวัคซีนแล้วจะสามารถป้องกันการติดเชื้อเดงกีได้ดีกว่าอาสาสมัครที่ไม่มีภูมิคุ้มกันมาก่อน นอกจากนี้ยังมีศึกษาการใช้ในเด็กอายุ 2-14 ปี จาก 5 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พบว่า4 พบว่า วัคซีนมีประสิทธิภาพป้องกันไข้เลือดออกทุกสายพันธุ์ได้ 56.5% และลดการนอนโรงพยาบาลจากไข้เลือดออกได้ 67.2% และยังสามารถลดอัตราการป่วยมีภาวะเลือดออกรุนแรงจากไวรัสเดงกีได้ 88.5% โดยการฉีดวัคซีนสามารถสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันไข้เลือดออกได้ 5-6 ปี นับจากวันที่ได้รับวัคซีนเข็มแรก ส่วนผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นได้หลังจากได้รับวัคซีนได้แก่ ปวดบริเวณที่ฉีด และอาจปวดศีรษะ มีไข้ อ่อนเพลีย อ่อนแรงได้ โดยไม่แนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันไข้เลือดออกในผู้ที่แพ้ส่วนประกอบของวัคซีน ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือได้รับยากดภูมิคุ้มกัน สตรีมีครรภ์ และสตรีให้นมบุตร และผู้ที่มีไข้ มีการเจ็บป่วยเฉียบพลันปานกลางหรือรุนแรง อย่างไรก็ดี ในผู้ป่วยเด็กอายุต่ำกว่า 9 ปี ยังคงต้องรอการศึกษาวิจัยเพิ่มเติม เพื่อยืนยันถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัยต่อไป

จะเห็นได้ว่าโรคไข้เลือดออกนั้นเป็นเรื่องใกล้ตัว และทำให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ ซึ่งประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคไข้เลือดออก ดังนั้นจึงควรที่จะป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อเดงกีไวรัส ซึ่งนอกจากการจัดการบริเวณบ้านให้มีสิ่งแวดล้อมที่ดี ไม่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายแล้ว การฉีดวัคซีนป้องกันไข้เลือดออกก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สามารถทำได้ ในบุคคลที่มีข้อบ่งใช้ตามกำหนด โดยมีค่าใช้จ่ายราคาประมาณ 10,000 บาท ขึ้นกับแต่ละโรงพยาบาลต่อการฉีดวัคซีนทั้งหมดจำนวน 3 เข็มตามกำหนด5  หากทุกคนมีการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อวัสเดงกีที่ดี ก็จะช่วยให้อุบัติการณ์การเป็นโคไข้เลือดออกและการเสียชีวิตลดลงได้

 

เอกสารอ้างอิง

  1. กลุ่มโรคไข้เลือดออก สำนักโรคติดต่อนำโดยแมลง กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. สถานการณ์โรคไข้เลือดออก พ.ศ. 2559 . Available at: www.thaivbd.org/n/dengues/download/1 Accessed Jan,12,2017
  2. World Health Organization. Dengue vaccine: WHO position paper. 2016;91(30):349-64. Available from: http://www.who.int/wer/2016/wer9130.pdf?ua=1 Accessed Jan,12, 2017.
  3. Sri Rezeki H, et al. Efficacy and Long-Term Safety of a Dengue Vaccine in Regions of Endemic Disease. N Engl J Med. 2015;373:1195-206.
  4. Capeding MR, et al. Clinical efficacy and safety of a novel tetravalent dengue vaccine in healthy children in Asia: a phase 3, randomised, observer-masked, placebo controlled trial. Lancet. 2014;384(9951):1358–1365
  5. โรงพยาบาลสมิติเวช.หยุดไข้เลือดออกด้วยวัคซีน. Available at: https://www.samitivejhospitals .com/th/promotions/วัคซีนไข้เลือดออก/ Accessed Jan,13, 2017.
view